<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 08:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 08:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิพัฒน์ &#039;ย้ำภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์พร้อมรับนักท่องเที่ยว100%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 มิ.ย. 2564 นายพิพัฒน์ &amp;nbsp;รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายสิรภพ ดวงสอดศรี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายเขมพลอุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมประชุมกับ นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ กล่าวว่าในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์พร้อมเปิด 100% ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวคนแรกที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยจากการประชุมร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงมหาดไทย ท่าอากาศยานภูเก็ต กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต สถานีตำรวจภูธร จ.ภูเก็ต สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบังคับการตำรวจน้ำ กรมเจ้าท่า กรมศุลกากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คาดการณ์ว่าช่วง 3 เดือนแรก กรกฎาคม-กันยายน 2564 ประมาณการรายได้ 9 พันล้านบาท จากนักท่องเที่ยว 100,000 คน ที่จะเดินทางท่องเที่ยวตามโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ภาพรวมจากนักท่องเที่ยวในเดือนแรก จะทำให้นักท่องเที่ยวที่กำลังตัดสินใจ หรือยกเลิกการเดินทางไปก่อนหน้านี้ จะตัดสินใจเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้น โดยนักท่องเที่ยวต้องยึดถือหลักปฏิบัติตามมาตรการของ ศบค. และการท่องเที่ยวแบบ New Normal อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งป้องกันตนเอง เพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อโควิด-19 และมีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107568</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, พิพัฒน์  รัชกิจประการ, ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d533812fea7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81974</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 19:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;หนีฝน&quot; ไปสัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรมที่&quot;เชียงคาน&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สกายวอล์ค ที่เชียงคาน อยู่ในช่วงทดลองเปิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าอยากไปเสพความสงบ ก็ต้องไปเที่ยว&amp;quot;เชียงคาน&amp;quot; จังหวัดเลย &amp;nbsp;แม้ไม่มีวิวเลิศหรูอลังการ &amp;nbsp; แต่ก็จะได้ความกริ่มกรุ่นอบอุ่นหัวใจกลับมา &amp;nbsp; จากวิถีวัฒนธรรมสองฝั่งโขง ที่ส่งผ่านชีวิตผู้คนในชุมชน &amp;nbsp;รวมทั้ง อาคารบ้านเรือนที่ยังคงสภาพรูปแบบเดิมๆ อันเป็นสิ่งหายากยิ่งในประเทศไทย และเมื่อเร็วๆนี้ เชียงคานได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 100 เมืองท่องเที่ยวยั่งยืนของโลก &amp;nbsp;จากหน่วยงานระดับโลกอย่าง &amp;nbsp;Green Destinations Foundation ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่จัดอันดับร่วมกับ &amp;nbsp;ITB หรือ Internation Tourism Borse องค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลกเช่นกัน &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อช่วงที่ฝนเทกระหน่ำกรุงเทพ &amp;nbsp;ตกเกือบทั้งวันทั้งคืน องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. &amp;nbsp; ได้ชวนไปเชียงคาน &amp;nbsp; จุดหมาย คือ การไปร่วมงานเปิดศูนย์วัฒนธรรมไทดำ ที่ อพท.เข้าไปช่วยส่งเสริมให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยั่งยืน ซึ่งพอไปถึงกลับไม่มีฝน แค่อากาศครึ้มๆ กลางวันร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก่อนที่จะถึงเวลาเปิดศูนย์วัฒนธรรมไทดำในช่วงเย็น &amp;nbsp;อพท.พาไปแวะกราบ&amp;ldquo;พระใหญ่ภูคกงิ้ว&amp;rdquo; และ เยี่ยมชม&amp;ldquo;สกายวอล์ค&amp;rdquo;ซึ่งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน &amp;nbsp;สกายวอล์คที่ว่านี้ &amp;nbsp;กำลังเป็น&amp;quot;ทอล์คออฟเดอะทาวน์&amp;quot; ของคนเลยและจังหวัดอีสานรอบๆ เพราะเป็นสะพานทางเดินที่พื้นเป็นกระจก (น่าจะแห่งที่สอง แห่งแรกคือที่อัยยาเวง ยะลา) &amp;nbsp;ท่ามกลางธรรมขาติ เขียวขจี และสองสายน้ำ &amp;nbsp;คือแม่น้ำเหือง และแม่น้ำโขง &amp;nbsp;ด้วยความสูง 80เมตร กว้าง 2เมตร และทางเดินยาว 100 เมตร &amp;nbsp;ขึ้นไแล้วจะเห็นวิวโดยรอบ 360องศา พร้อมกับความเสียว สำหรับคนที่ไม่เคยสัมผัสสกายวอล์กพื้นกระจก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้จะยังไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา &amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงทดลอง ก็มีคนมาเที่ยวสกายวอล์คเชียงคานเยอะมาก โดยเฉพาะในช่วงวันหยุด คนแน่นเลยทีเดียว &amp;nbsp;รถสองแถวที่วิ่งรับส่งคนชึ้นลง วิ่งกันไม่ขาดสาย ส่วนค่าเข้าสกายวอล์ค ถือว่าถูกมากๆ เพียงคนละ 40 บาท ซึ่งรวมค่ารถสองแถวขึ้นลง และค่ายืมรองเท้าใส่หุ้มรองเท้าเดิมเวลาเดินบนสกายวอล์ค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนจะได้เหยียบพื้นกระจกบนสกายวอล์ค มองไปก้เห็นว่าคนอยู่บนสะพานเยอะพอสมควร จึงถามเจ้าหน้าที่ว่าขึ้นได้คราวละกี่คน ซึ่งได้รับคำตอบว่าครั้งละ 50 คน แต่เท่าที่เห็นเกินกว่า 50 คน แน่นอน เรียกว่าการจัดการอาจจะยังไม่ลงตัวหรือยังไม่เข้มงวดเท่าที่ควร &amp;nbsp;อาจจะเป็นเพราะยังไม่ได้เปิดเป็นทางการจริงจัง &amp;nbsp; แต่เอาล่ะไหนๆ ก็มาถึงแล้ว &amp;nbsp;ก็ไม่ควรป๊อด เกินไป ว่าไปแล้ว เราจัดว่าเป็น&amp;quot;รุ่นแรก&amp;quot;ของนักท่องเที่ยวที่ได้มาเหยียบสกายวอล์คที่นี่ &amp;nbsp;ฉะนั้น ก็อย่าเสียโอกาสกระนั้นเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากทำใจให้ฮึกเหิม สู้กับการกลัวความสูง ยิ่งเวลา มองผ่านพื้นกระจก จะเห็นต้นไม้น้อยใหญ่เบื้องล่าง &amp;nbsp;ก็จะเกิดอาการเสียวขาหน่อยๆ &amp;nbsp;ต้องรีบเดินชิดขอบๆ ที่มีราวเหล็กให้จับ ส่วนพวกใจกล้า ก็ลุยเดินไปตรงกลางเลย &amp;nbsp;ทั้่งนั่ง ทั้งยืนถ่ายรูปกันกิ๊วก๊าว &amp;nbsp; เพราะวิวฝั่งตรงข้ามแม่น้ำโขง ก็คือ สปป.ลาว &amp;nbsp;มองไปเห็นแต่ความเขียวครึ้มหนาแน่น &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อทอดตามองไปด้านซ้าย ก็จะเป็นแม่น้ำเหือง &amp;nbsp;ไหลมาบรรจบรวมกับแม่น้ำโขง &amp;nbsp;กลายเป็นสายน้ำสองสี ปะทะกัน &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการบอกว่าถ้าเป็นช่วงเย็นๆ ถ้าได้มายืนที่สกายวอล์ค จะเห็นพระอาทิตย์ตกดิน สุดแสนจะโรแมนติกมาก &amp;nbsp;แต่เราไม่มีโอกาสอ้อยอิ่งถึงช่วงเย็น เพราะต้องไปอีกหลายจุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระใหญ่ภูคกงิ้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ก่อนกลับสักการะ&amp;quot;พระใหญ่ภูคกงิ้ว &amp;quot; หรืออีกชื่อ พระพุทธนวมินทรมงคลลีลาทวินคราภิรักษ์ ที่องค์พระตั้งอยู่ตรงจุดใกล้ๆกับสะพานสกายวอล์ค &amp;nbsp;องค์พระสูง19มตร ตัวฐานกว้าง 7.2 เมตร &amp;nbsp;ตั้งตระหง่านหันพระพักตร์ไปทางสปป.ลาว ใต้ฐานองค์พระะุทธรูป ได้มีการอัญเชิญ&amp;quot;ปฐวีธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ &amp;quot;จากพระธาตุพนม พระธาตุเชิงชุม พระธาตุบังทวน พระธาตุขามแก่น พระธาตุมาคูน พระธาตุศรีสองรัก มาบรรจุดไว้เพื่อความเป็นสิริมงคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานเปิด&amp;rdquo;ศูนย์วัฒนธรรมคนไทดำ บ้านนาป่าหนาด * ซึ่งเป็นหมู่บ้านของคนเชื้อสายไทดำ หรือ ไทชงดำ หรือไทโซ่ง เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ ที่มัอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมโดดเด่น สืบทอดกันมายาวนาน &amp;nbsp; เพราะบรรพบุรุษดั้งเดิมของชาวไทดำอพยพมาจากแคว้นสิบสองจุไทย บริเวณแม่น้ำดำ แม่น้ำแดง &amp;nbsp; หรือเมืองแถน ปัจจุบันเรียกว่า เมืองเดียนเบียนฟู ประเทศเวียดนาม &amp;nbsp;ครั้นเมื่อเกิดสงครามตั้งแต่สมัยสงครามฝรั่งเศสเวียดนาม จึงได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานปักหลักอยู่ที่ &amp;ldquo;บ้านนาป่าหนาด&amp;rdquo; แต่แม้กาลเวลาจะผ่านพ้นไปเนิ่นนานแค่ไหน แต่ผู้คนที่นี่ยังสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิม อย่างเหนียวแน่น &amp;nbsp; ไม่ถูกวิถีสมัยใหม่กลืนหายไป &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวไทดำ บ้านป่าหนาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเป็น&amp;quot;ไทดำ &amp;quot;สัมผัสได้ตั้งแต่แรกเห็น จากเครื่องแต่งกายที่เป็นสีดำล้่วน ทั้งผู้ชายและผู้หญิง แตกต่างกันที่ผู้หญิงใส่เสื้อสั้นกว่า &amp;nbsp;และสวมผ้าถุง ส่วนผู้ชายใส่เสื้อสีดำตัวยาว ใส่กางเกง &amp;nbsp; สิ่งที่สร้างสีสันบนเครื่องแต่งกายนั้นก็คือเครื่องประดับ โดยผู้หญิงจะที่ผ้าโพกหัวที่รูปทรงคล้ายหมวกปักลวดลายหลากสีสัน &amp;nbsp;ส่วนผู้ชายมีผ้าปักขนาดใหญ่คล้ายตะปิ้ง ประดับด้วยลูกปัด ผูกคาดเอว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โคมไฟ ชาวไทดำ อีกเอกลักษณ์ของชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้่ อพท.ได้เข้ามาช่วยสนับสนุนให้ชุมชนชาวไทดำ เชียงคาน &amp;nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวต้นแบบทางวัฒนธรรม เนื่องจากมองเห็นศักยภาพด้านวัฒนธรรมประเพณีของชุมชนที่ยังเข้มแข็ง และยังสนับสนุนให้ &amp;nbsp;&amp;quot;ชาวไทดำ &amp;quot;ทำ&amp;quot;โคมไฟ &amp;quot; ที่ดัดแปลงมาจากตุ้มหนู &amp;nbsp;(กรง) และ ตุ้มนก (กรง) ซึ่งเป็นเครื่องรางที่แสดงถึงความโชคดี แขวนไว้หน้าบ้านทุกหลัง &amp;nbsp;นำมาทำเป็นโคมไฟประดับประดา ตลอดแนวถนนคนเดินในขุมชน &amp;nbsp;สร้างความสว่างไสวและสีสัน จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกมุมหนึ่งของถนนในชุมชนไทดำ ที่ติดโคมไฟสว่างไสว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเปิดศูนย์วํฒนธรรมไทดำครั้งนี้ มีนายพิพัฒน์ &amp;nbsp;รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มาเป็นประธาน &amp;nbsp;โดยรมว.กระทรวงท่องเที่ยวฯ ได้ชื่นชม จังหวัดเลย ว่ามีความพร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยว เพราะมีภูเขา ทั้งภูเรือ ภูกระดึง ภูหลวง และมีแม่น้ำโขง เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ และยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆที่อิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม &amp;nbsp;นอกจากนี้ สกายวอล์คที่เพิ่งเปิดก็จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนอยากมาเที่ยวเชียงคานมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp; อาจจะเป็นต้นแบบให้จังหวัดอื่นที่มีพื้นที่เหมาะสม สามารถทำเป็นสกายวอล์คได้ และส่วนตัวเห็นว่า การทำสกายวอล์ค อาจเป็นการร่วมทุนระหว่างท้องถิ่นกับเอกชน หรือทำเป็นโครงการ PPP เพื่อให้เป็นจุดเช็กอิน ของนักท่องเที่ยว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านดร.ชูวิทย์ มิตรชอบ รักษาการแทน ผอ.อพท. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า &amp;nbsp;อพท. ได้นำเสนอแผนยุทธศาสตร์การบริหารการพัฒนาพื้นที่ จังหวัดเลยให้เป็นพิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเลย &amp;nbsp;7ปี ( 2563-2570 )ต่อนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ &amp;nbsp; รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวฯ &amp;nbsp;ในแคมเปญ Explore the Unseen Thailand &amp;nbsp;หรือ &amp;ldquo;เรารู้จักกันดีพอหรือยัง&amp;rdquo; เพื่อส่งเสริมให้ชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย (เอ็กซ์แพท) ที่อยู่ในพื้นที่ภาคอีสานเหนือได้เดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงกันระหว่างจังหวัด &amp;nbsp; ตามแผนยุทธศาสตร์ มีเป้าหมายดำเนินการใน 15 ชุมชน ครอบคลุม 9 อำเภอ ในจังหวัดเลย &amp;nbsp; จุดขายชูความหลากหลายทางวิถีชีวิตและวัฒนธรรมผ่านกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ &amp;nbsp; ซึ่งอพท.คาดว่าจะสามารถโกยรายได้ท่องเที่ยวเข้าจังหวัดรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท ในช่วงตลอด7ปี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันรุ่งขึ้น พวกเราไปทำพิธี &amp;quot;ผาสาดลอยเคราะห์ &amp;quot;ซึ่งเป็นพิธีกรรมโบราณชาวเชียงคาน ที่มีอายุกว่าร้อยปี &amp;nbsp;เป็นพิธีตามความเชื่อว่า &amp;quot;การลอยเคราะห์&amp;quot; เป็นการปลดปล่อยทุกข์ &amp;nbsp;ปล่อยโศกโรคภัย ปล่อยเคราะห์ร้าย &amp;nbsp;หรือสิ่งที่ไม่ดีออกไปจากชีวิต &amp;nbsp;และจะทำให้มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตแทน &amp;nbsp;พิธีนี้สามารถทำได้ตลอดเวลา &amp;nbsp;ซึ่งแต่เดิมชาวเชียงคานมักจะทำพิธีกันในช่วงออกพรรษา แต่ปัจจุบันถ้าใครอยากลอยเคราะห์ก็มาทำพิธีได้ทุกวัน &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทงลอยเคราะห์ ก่อนได้รับการประดับประดา ตัวกระทงทำจากกาบกล้วย ใบตอง เทียน มะละกอสลัก ธูป เทียน ทุกอย่างมีความหมายซ่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การลอยเคราะห์&amp;quot;จะใช้กระทงที่ทำง่ายๆจากกาบกล้วย &amp;nbsp;และมีเครื่องประกอบอื่นๆที่ทำด้วยใบตอง &amp;nbsp;ไม้ไผ่ กระดาษและเทียนขี้ผึ้ง &amp;nbsp;ซึ่งวัสดุที่นำมาลอย ล้วนมีความหมายแฝงซ่อนอยู่ เช่น ธงไม้ไผ่เล็กๆ ม้วนด้วยกระดาษสีเป็นรูปแฉกๆ สื่อความหมายขอให้ความยุ่งเหยิงวุ่นวายในครอบครัวลอยหายไป &amp;nbsp; &amp;nbsp;และยังมีรูป เทียน ที่หล่อเป็นรูปดอกบัว เป็นต้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;การลอยเคราะห์ &amp;nbsp;จะต้องมีผู้ทำพิธี &amp;nbsp; และผู้ต้องการลอยเคราะห์ จะต้องประดับกระทง ด้วยตนเอ ระหว่างจัดแต่งกระทง ที่มีรูปแบบกำหนด ต้องตั้งจิตอธิษฐานว่าอยากให้สิ่งไม่ดีเรื่องอะไรออกไปจากชีวิต &amp;nbsp;และยังต้อง ตัดเล็บ ตัดผมของตัวเองใส่ลงไปในกระทง &amp;nbsp; หลังจากนั้นจะมีผู้รู้ที่เรียกว่าพราหมณ์ มาทำพิธีสวด &amp;nbsp;จุดธูปเทียนที่กระทง &amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงนำกระทงไปลอยยังแม่น้ำลำคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังประดับเรียบร้อยแล้ว พร้อมลอย&amp;quot;ผาสาดลอยเคราะห์&amp;quot; พิธีกรรมเก่าแก่ของชาวเชียงคาน ในคอนเซ็ปต์ ขอให้ความทุกข์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความไม่ดี &amp;quot;ตกไปกับไฟ ไหลไปกับน้ำ&amp;quot; มีเคล็ดลลับสำคัญ คือเมื่อลอยลงแม่น้ำแล้ว ห้ามหันกลับไปดูเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราต้องอธิษฐานให้สิ่งที่ไม่ดี &amp;nbsp;&amp;quot;ตกไปกับไฟ ไหลไปกับน้ำ &amp;quot; &amp;nbsp;และเคล็ดลับสำคัญ คือ เมื่อนำกระทงไปลอยแล้ว ห้ามหันไปมองอีกเด็ดขาด &amp;nbsp;ถ้าเราเหลียวไปมอง เหมือนยังอาลัยอาวรณ์ไอ้่เจ้า ความทุกข์ความ โศก โรคภัยอยู่ มันก็จะไม่ไป &amp;quot; แม่นาง ผู้สืบทอดพิธีกรรมโบราณจากคุณตา ย้ำเรื่องเคล็ดลับการลอยหลายครั้ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันศรีคุณเมือง วัดเก่าแก่คูเชียงคาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากกิจกรรมที่กล่าวแล้ว ในเชียงคานยังมีสถานที่ท่องเที่ยว ที่น่าสนใจ ที่อยากแนะนำคึอ &amp;quot;วัดศรีคุณเมือง ได้รับการยกย่องว่าเป็น&amp;quot;มนต์เสน่ห์วัฒนธรรมแห่งเชียงคาน* อยู่คู่บ้านคู่เมืองเชียงคานมานานมากว่า 400 ปี &amp;nbsp;ได้รับการบูรณะจริงจังเมื่อพ. ศ. 2485 &amp;nbsp;วัดศีคุณเมืองมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสะท้อนวัฒนธรมดั้งเดิม เห็นได้จาก โบสถ์เก่าแก่ ที่มีหลังคาลดหลั่นตามแบบศิลปะล้านช้าง &amp;nbsp;ผนังด้านหน้าบรรณ ของพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังนิทานพระพุทธชาดกชุดพระพุทธเจ้าสิบชาติ เมื่อเดินผ่านประตูโบสถ์เข้ามาด้านในจะพบกับพระพุทธรูปไม้จำหลัก ลงรักปิดทอง ปางประทานอภัย สร้างตามแบบศิลปะล้านช้างหรือแบบลาวเหนือ ซึ่งคาดว่าจะสร้างขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ 24-25&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถนนคนเดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงค่ำๆ ทุกเสาร์ อาทิตย์ ในเชียงคานยังมีถนนคนเดิน ให้ชิม ช้อป อย่างสบายใจ ในบรรยากาศน่ารักๆ &amp;nbsp; ช่วงนี้อากาศเย็นเริ่มเข้าไทยแล้ว และเลยนับเป็นจังหวัดแรกๆที่รับลมหนาวจากจีน &amp;nbsp;เชียงคาน จึงน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะช่วงที่ไปแม้กลางวันจะร้อน แต่ช่วงเช้าอากาศเย็นสบายประมาณ 25องศา &amp;nbsp;ระเบียงห้องพักที่อยู่ด้านริมโขง มีหมอกอ้่อยอิ่ง ทางเดินเลียบริมโขง มีคนมาถ่ายรูป เดินเล่น &amp;nbsp;ปั่นจักรยาน &amp;nbsp;บางคนก็วิ่งออกกำลัง &amp;nbsp; เป็นวิถีชีวิตที่เงียบสงบ งดงาม เหมาะกับการพักกาย พักใจ &amp;nbsp;เพิ่มพลังชีวิตอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจเชียงคาน ในยูนิฟอร์มดั้งเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81974</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูวิทย์ มิตรชอบ, ท่องเที่ยวเชียงคาน, บ้านพิพิธภัณฑ์ไทดำบ้านนาป่าหนาด, ผาสาดลอยเคราะห์, พิพัฒน์  รัชกิจประการ, สกายวอล์คเชียงคาน, อพท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f980a2510fa2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
